วันพุธที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2556

กรุงมาดริด Madrid


กรุงมาดริด Madrid


305px-MontajeMadrid.png

กรุงมาดริด เป็นเมืองหลวงของสเปน ตั้งอยู่ในใจกลางของคาบสมุทรไอบีเรีย และเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ รวมทั้งเป็นเมืองศูนย์กลางของศิลปะ และทั้งอุตสาหกรรมต่าง ๆ ชาวเมืองมาดริด ต่างมีชีวิตที่มีสีสันและที่ไม่หยุดนิ่ง มีบรรดาร้านกาแฟตามข้างถนนต่าง ๆ เรียงรายอยู่เต็มข้างทาง ทำให้ดูเหมือนเมืองนี้ ไม่มีวันหลับ อีกทั้งโรงละครและโรงภาพยนตร์ ก็มีรอบฉายกันอย่างครึกครื้น ตามแบบอย่างจากอเมริกา
กรุงมาดริด เป็นเมืองที่ค่อนข้างทันสมัย มีพิพิธภัณฑ์หลากหลายแห่ง ให้เลือกเข้าชม รวมทั้งสวนสาธารณะ และสวนต่าง ๆ นอกจากนี้ ยังมี สนามสู้วัว จุผู้คน 23,000 คน และสนามฟุตบอลขนาดใหญ่ ที่จุผู้ชมได้ถึง 125,000 ที่นั่ง
มาดริด (Madrid) เป็นเมืองหลวงและเมืองที่ใหญ่ที่สุดของประเทศสเปน มีประชากรอาศัยในตัวเมืองประมาณ 3.2 ล้านคน(ตัวเลขเมื่อปี 2005) และประชากรในเขตเมืองทั้งหมดประมาณ 6 ล้านคน (ตัวเลขเมื่อปี 2006) มาดริดยังเป็นเมืองหลวงของจังหวัดมาดริดด้วย



ปาลาซิโอ เรอัล


 เรอัล.jpg

ปาลาซิโอ เรอัลพระราชวังหลวงเก่าของมาดริด ที่พระเจ้าเฟลิเป้ที่ 5 แห่ง ราชวงศ์บูร์บง สร้างขึ้นใน ค.ศ. 1735 ออกแบบโดยสถาปนิกชาวอิตาเลี่ยน ใช้เวลาก่อสร้างนานถึง 25 ปี ภายในวังตกแต่งอย่างวิจิตรตระการตา ทั่วทั้งวังประดับประดาไปด้วยงานศิลปะล้ำค่ามากมาย


ปลาซ่า มายอร์ (PLAZA MAYOR) มายอร์ (PLAZA MAYOR).jpg
ปลาซ่า มายอร์ (PLAZA MAYOR)จัตุรัสหินซึ่งเป็นศูนย์กลางของเมืองตั้งอยู่ในย่านเก่าแก่ในกรุงมาดริด ในอดีตเป็นสถานที่ประกอบพิธีสำคัญทางศาสนา เช่น พิธีราชาภิเษก และสนามสู้วัวกระทิง ปัจจุบันนี้ยังเป็นจัตุรัสกลางเมืองที่ยังคงมีบรรยากาศสมัยศตวรรษที่ 17 ที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้อยู่ รอบๆ บริเวณจะมีร้านกาแฟตั้งอยู่มากมาย สามารถเลือกใช้บริการได้ตามอัธยาศัย

สโมสรฟุตบอล เรอัล มาดริด ฟุตบอลเรอัลมาดริด.jpg

สโมสรฟุตบอล เรอัล มาดริด ซึ่งเป็นสโมสรฟุตบอลที่มีเกียรติประวัติอันยิ่งใหญ่มาอย่างยาวนานเป็นที่ภาคภูมิใจของชาวมาดริด ถ้าเป็นคนรักการแข่งขันฟุตบอล ย่อมไม่มีใครที่ไม่รู้จักสโมสรฟุตบอลแห่งนี้

วังเอล เอสโกเรียล
.jpg

วังเอล เอสโกเรียล ซึ่งเป็นวังหลวงที่พระเจ้าเฟลิปเป้ที่ 2 สร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ. 1563 และเสร็จในปี 1584 รวมระยะเวลาการสร้างนานถึง 21 ปี มีขนาดใหญ่โตและเป็นศิลปะการนำเอาวัด วัง และโบสถ์ผสมผสานประยุกต์เข้าด้วยกันได้อย่างลงตัว วังนี้มีประตูถึง 1,200 บาน และหน้าต่าง 2,673 บาน สิ่งที่น่าสนใจในวังนี้คือห้องสมุด ซึ่งว่ากันว่าใหญ่เป็นอันดับสองรองจากห้องสมุดของวาติกัน และเป็นแหล่งสะสมงานเขียนในภาษาอาหรับมากที่สุดในโลก

ปราสาทอัลกาซาร์ (คำว่าอัลกาซาร์)



.jpg

ปราสาทอัลกาซาร์ (คำว่าอัลกาซาร์) ในภาษาอาระบิคแปลว่าปราสาท หลายคนเรียกปราสาทแห่งนี้ว่าปราสาทแห่งเทพนิยาย เพราะความสวยสง่างามที่มองเห็นได้จากภายนอก ตั้งอยู่บนชะง่อนผาสูงชันที่ที่แม่น้ำสองสายไหลมาบรรจบกัน สร้างขึ้นในสมัยศตวรรษที่ 13 แล้วได้รับการต่อเติมในศตวรรษที่ 15 และ 16 มีลักษณะเหมาะแก่การตั้งรับข้าศึกในอดีต เพราะมีทั้งช่องใบเสมาขนาดใหญ่ ใช้สำหรับติดตั้งอาวุธยิงได้ และมีช่องสำหรับเทน้ำเดือดเพื่อทำลายกองทัพข้าศึกที่เข้าประชิดกำแพงเมือง ภายในปราสาทเป็นพิพิธภัณฑ์สำหรับแสดงของมีค่าทางประวัติศาสตร์ทั้งหลาย ห้องใต้หลังคาเป็นที่แสดงแสนยานุภาพของอาวุธในสมัยกลาง รวมถึงเครื่องมืเครื่องใช้ในอดีต และในปี ค.ศ. 1975 ยูเนสโก้ได้ขึ้นทะเบียนให้เซโกเบียเป็นมรดกโลกทางศิลปะวัฒนธรรม



มหาวิหารซากราด้า ฟามิเลียร์
 ฟามิเลียร์.jpg

มหาวิหารซากราด้า ฟามิเลียร์สัญลักษณ์ของเมืองอันโด่งดัง สร้างขึ้นในปี 1882 ในแบบนีโอ โกธิค โดยมีฟรานเชส บิลาร์เป็นผู้ควบคุมงานสร้าง ในปี 1891 อันโตนี่ เกาดี้ รับช่วงต่อแทนและออกแบบงานชิ้นใหญ่ที่มีความสูงถึง 150 เมตร จนเกาดี้เสียชีวิตในปี 1926 จนบัดนี้งานชิ้นนี้ก็ยังสร้างไม่เสร็จ

สนามกีฬาคัมป์ นู

 นู.jpg

สนามกีฬาคัมป์ นู สนามกีฬาที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป มีความจุมากกว่า 90,000 ที่นั่ง มีฉายาว่า ชามอ่างยักษ์ เป็นสนามเหย้าของ ทีมฟุตบอลสโมสรบาร์เซโลน่า ซึ่งเป็นทีมที่มีเกียรติประวัติต่างๆ มากมาย และเป็นความภาคภูมิใจของชาวคาตาลุนญ่า สนามแห่งนี้เป็นสปอร์ตคอม เพล็กซ์ขนาดใหญ่ที่มีทีมกีฬาในสังกัดสโมสรบาร์เซโลน่าอยู่หลายขนิด แต่ ที่โด่งดังที่สุดคือทีมฟุตบอลบาร์เซโลน่า

อาลัมบรา Alhambra

5308120801.jpg


อาลัมบรา Alhambra คือพระราชวัง และป้อมปราการ ตั้งอยู่ที่เมือง กรานาดาในแคว้นอันดาลูเซีย ทางภาคใต้ของประเทศสเปน สร้างขึ้นระหว่างปี ค.ศ. 1248-1354 โดยกษัตริย์มุสลิมชาวมัวร์ พระเจ้าโมฮัมเหม็ดที่ 1 อิบน์ นัสร์ แห่งราชวงศ์นาสริด ซึ่งเป็นราชวงศ์ของชาวมุสลิมราชวงศ์สุดท้ายในสเปน คำว่า "อาลัมบรา" มาจากคำในภาษา

อาลัมบรา Alhambra คือพระราชวัง และป้อมปราการ ตั้งอยู่ที่เมือง กรานาดาในแคว้นอันดาลูเซีย ทางภาคใต้ของประเทศสเปน สร้างขึ้นระหว่างปี ค.ศ. 1248-1354 โดยกษัตริย์มุสลิมชาวมัวร์ พระเจ้าโมฮัมเหม็ดที่ 1 อิบน์ นัสร์ แห่งราชวงศ์นาสริด ซึ่งเป็นราชวงศ์ของชาวมุสลิมราชวงศ์สุดท้ายในสเปน คำว่า "อาลัมบรา" มาจากคำในภาษาอาหรับว่า "อัลคัมรอ" แปลว่า "(สิ่งที่มี) สีแดง" เนื่องจากตัวป้อมปราการนั้นก่อสร้างด้วยหิน ดิน และอิฐสีแดง ส่วนอาคารอื่น ๆ ซึ่งสร้างด้วย การใช้ปูนขาวเป็นส่วนประกอบก็จะเห็นเป็นสีออกแดง ๆ เช่นกัน พระราชวัง ท้องพระโรง และป้อมปราการ บนเนินเขาแห่งนี้ครอบคลุม พื้นที่ ราว 81.25 ไร่


หอจดหมายเหตุอินดีส

.jpg


หอจดหมายเหตุอินดีส(สเปน: Archivo General de Indias)เป็นสถานที่เก็บเอกสารสำคัญทางประวัติศาสตร์เกี่ยวกับจักรวรรดิสเปนในทวีปอเมริกาและหมู่เกาะฟิลิปปินส์ตั้งอยู่ที่เมืองเซบียาประเทศสเปนหอจดหมายเหตุอินดีสได้รับการรับรองจากองค์การยูเนสโกให้เป็นมรดกโลกในปีพ.ศ.2530

เมืองโตเลโด (Toledo)



.jpg


เมืองโตเลโด (Toledo) จุดหมายปลายทางที่เราต่างตั้งหน้าตั้งตารอกันอย่างใจจดใจจ่อ เมืองแห่งนี้ตั้งอยู่ทางภาคกลางของประเทศสเปน ห่างจากกรุงมาดริดไปทางทิศใต้ประมาณ 70 กิโลเมตรตอนนี้เราเดินทางออกจากรุงมาดริดมาประมาณหนึ่งชั่วโมง ก็เริ่มมองเห็นปลายยอดแหลมของอาคารอันโดดเด่นประจำเมืองอย่าง ป้อมอัลกาซาร์ ก็สร้างความฮือฮาได้ก่อนจะถึงตัวเมืองเสียอีก

มหาวิหารแห่งโตเลโด (Toledo Cathedral)



.jpg



มหาวิหารแห่งโตเลโด (Toledo Cathedral)ภายในวิหารก็มีความวิจิตรงดงามไม่แพ้ภายนอก ไม่ว่าจะเป็นจิตรกรรมฝาผนังและที่อยู่บนเพดาน ซึ่งกว่าจะชมครบทุกส่วนคุณอาจต้องคอเคล็ดไปหลายวันเลยทีเดียว





Santa Cruz Museum

Santa Cruz Museum.jpg

Santa Cruz Museum โดยภายในจะมีการเก็บรักษาศิลปวัตถุยุคกลาง และเรอเนสซองส์ และประวัติศาสตร์อื่นๆอีกมากมาย และสุดท้ายแวะมาชมความงดงามของ ประตู Cambrón ประตูที่ถูกสร้างขึ้นด้วยสถาปัตยกรรมอันโดดเด่น



ซาลามังกา (Salamanca)

.jpg
ซาลามังกา (Salamanca) เป็นเมืองหลักของจังหวัดซาลามังกาในแคว้นคาสตีลและเลออน ทางภาคตะวันตกของประเทศสเปน ตั้งอยู่บนที่ราบสูงริมแม่น้ำตอร์เมส ซึ่งมีสะพานข้ามแห่งหนึ่งสูง 150 เมตร สร้างบนส่วนโค้ง (arch) 26 ชิ้นส่วน โดย 15 ชิ้นส่วนนั้นสร้างขึ้นในสมัยโรมัน ส่วนที่เหลือสร้างขึ้นในคริสต์ศตวรรษที่ 16 ปัจจุบัน (ค.ศ. 2005) ซาลามังกามีประชากร 160,331 คน



กาเซเรส (Cáceres)

page.jpg
กาเซเรส (Cáceres) ซาลามังกา (Salamanca) เป็นเมืองหลักของจังหวัดกาเซเรสในแคว้นเอกซ์เตรมาดูรา ทางภาคตะวันตกของประเทศสเปน เขตเทศบาลของเมืองมีเนื้อที่ 1,750.33 ตารางกิโลเมตร (675.806 ตารางไมล์) ซึ่งเป็นขอบเขตทางภูมิศาสตร์ (เมือง) ที่ใหญ่ที่สุดในสเปน
เขตเมืองเก่าหรือ "ซิวดัดโมนูเมนตัล" (Ciudad Monumental) ยังคงมีกำแพงโบราณล้อมรอบอยู่โดยยังคงลักษณะที่ได้สร้างไว้ในยุคกลางอย่างสมบูรณ์ ไม่มีร่องรอยของความเป็นปัจจุบันให้เห็น มหาวิทยาลัยเอกซ์เตรมาดูราและหอสังเกตการณ์ทางดาราศาสตร์ 2 แห่งก็ตั้งอยู่ในเมืองนี้ นอกจากนี้กาเซเรสยังเป็นที่ตั้งของสังฆมณฑลคาทอลิกโกเรีย-กาเซเรส (Coria-Cáceres)

แม่น้ำสีแดง (Rio Tinto).jpg

แม่น้ำสีแดง (Rio Tinto) ที่ประเทศสเปนบริเวณพื้นที่ตามแนวชายฝั่งแม่น้ำ Tinto มีการทำเหมืองทองแดง เงิน ทอง และแร่ธาตุอื่นๆ มาตั้งแต่สมัยโบราณ (ราว 5 พันปีก่อน) ส่งผลให้น้ำในแม่น้ำดังกล่าวมีค่าความเป็นกรดสูงมาก ส่วนสาเหตุที่น้ำมีสีแดงก็เนื่องมาจากก้อนหินที่อยู่ในแม่น้ำแห่งนี้ประกอบ ด้วยธาตุเหล็กในปริมาณเข้มข้นนั่นเองเหมืองในแถบนี้ถูกปิดมานานนับ 10 ปี แต่เนื่องจากทองแดงมีราคาสูงขึ้น เจ้าของเหมืองจึงมีแผนเปิดเหมืองทองแดงอีกครั้งในปีหน้า



ซาราโกซ่า Zaragoza

111.jpg
ซาราโกซ่า (Zaragoza; Saragossa)เป็นเมืองหลักของแคว้นและของ (อดีต) ราชอาณาจักรอารากอน ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศสเปน ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเอโบรและแควสาขาอวยร์บาและกาเยโก ในหุบเขาตอนกลางของแคว้นซึ่งมีภูมิทัศน์ที่หลากหลาย ตั้งแต่ทะเลทราย ("โลสโมเนโกรส") ป่าหนาทึบ ทุ่งหญ้า ไป

สถานที่สำคัญ ของกรุงมาดริด


ลานน้ำพุบริเวณ Puerta del sol ณ หลักกิโลเมตรที่ศูนย์
       หากพูดถึงแดนกระทิงดุ พูดถึงระบำฟลาเมนโก แดนนี้คงจะเป็นที่อื่นไม่ได้ นอกจากประเทศสเปน หนึ่งในประเทศน่าเที่ยวของยุโรป ที่ได้รับการจัดอันดับว่าเป็นประเทศที่มีสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมมากเป็นอันดับ 2 ของโลกในปี พ.ศ. 2550
      
       สเปน ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของทวีปยุโรป ตั้งอยู่บนคาบสมุทรไอบีเรีย ร่วมกับโปรตุเกสและอันดอร์รา คนไทย เรียกสเปนว่า Spain แต่เขากลับเรียกตัวเองว่า "เอสปันญ่า"(Espana)หรือ เอสปันญ่อล แตกต่างกันออกไปตามสำเนียงของแต่ละท้องถิ่น
Placa de Espana
       สเปนมี กรุงมาดริด (Madrid) เป็นเมืองหลวงและเป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ ด้วยเหตุนี้กรุงมาดริดจึงเป็นเมืองหลวงที่มากไปด้วยเสน่ห์สีสันอีกแห่งหนึ่งของโลก อีกทั้งยังเป็นเมืองที่มีสถานที่น่าท่องเที่ยวที่น่าสนใจหลากหลายแห่งด้วยกัน
      
       สำหรับสถานที่แรกที่ฉันจะขอนำไปรู้จักในวันนี้ ตั้งอยู่ที่บริเวณจุดศูนย์กลางของกรุงมาดริด มีชื่อว่า "Puerta del sol" จัดว่าเป็นจุดเริ่มต้นของถนนทุกสาย หรือหมายความว่ามี กม. 0 อยู่ตรงนี้ ซึ่งตั้งอยู่หน้าตึกที่ทำการไปรษณีย์ใกล้กับสถานีรถไฟใต้ดิน "El puerta del sol" อันเป็นที่เดียวกันกับย่านที่ขายสินค้ามากมาย
      
       เป็นสถานที่ที่ไม่เคยหลับใหล มีผู้คนมากมายที่วนเวียนเดินเล่นกันอยู่ที่นี่ สถานที่แห่งนี้จึงกลายเป็นศูนย์กลางของการจัดงานสำคัญๆประจำปีต่างๆอย่างงานคริสต์มาสและงานปีใหม่ ของชาวสเปนและชาวเมืองมาดริด
ชาวมาดริดกับกิจกรรมยามว่างนั่งจิบเบียร์อ่านหนังสือ
       บริเวณนี้ยังมีตึกสูงตระหง่าน คือ ตึก "Torre de Madrid" ตึกนี้ สร้างในปี ค.ศ. 1957 ชาวสเปนเขาตั้งฉายาให้ตึกนี้ว่า ตึกยีราฟ เพราะมีความสูงมาก และยังเป็นที่ตั้งของสถานที่ถ่ายรูปยอดนิยม อย่างคนขี่ม้า คือ ดอน ฆิโอเต และคนขี่ลา คือ ซานโช ปานชา ตัวละครที่ดังมากในนวนิยาย เป็นเรื่องราวการผจญภัย ของคู่ผจญภัย มีวีรกรรมทั้งเรื่องการต่อสู้ ความรักของทั้งสองอัศวิน
      
       นอกจากนี้ยังมีห้างตั้งอยู่ คือ ห้างที่มีชื่อว่า "El corte ingress"ตั้งอยู่ที่ด้านต้นทางและปลายทาง เป็นแหล่งช้อปปิ้งทั้งของชาวสเปนและนักท่องเที่ยว ที่มีกะตังค์เพราะข้าวของส่วนใหญ่เป็นสินค้าแบรนด์ดังทั้งสิ้น
ตึกยีราฟ "Torre de Madrid"แห่งมาดริด
       จากนั้นขอพาไปเที่ยวที่ "Placa de Espana" ซึ่งเป็นแหล่งดึงดูดนักท่องเที่ยวจำนวนมาก ตั้งอยู่ในย่านธุรกิจใจกลางเมือง บริเวณใกล้เคียง ก็มีน้ำพุขนาดใหญ่ เป็นจุดถ่ายรูปที่สำคัญมีนักท่องเที่ยวชื่นชอบ
      
       อ้อ..เตือนใจให้ระวังไว้นิด มามาดริดอย่างหนึ่งที่ต้องระมัดระวังให้มากเป็นพิเศษ คือ เรื่องการล้วงกระเป๋า เพราะขึ้นชื่อว่าเป็นแหล่งรวมตัวกันของนักล้วงมืออาชีพจากทั่วโลกทีเดียว
      
       คนสเปนอันเป็นชนชาติหนึ่งในยุโรปนั้น เขาก็ไม่ได้มีกิจวัตรที่แตกต่างจากชนชาวยุโรปประเทศอื่นมากนัก เราจะสังเกตได้จากกิจกรรมยามว่าง มักจะนั่งกินกาแฟกลางแจ้ง พบปะนั่งคุยกัน นั่งกินข้าว จิบเบียร์ช่างเป็นกิจกรรมที่เพลินดีจริงๆ
Palacio Real พระราชวังที่ยิ่งใหญ่แห่งหนึ่งของสเปน ตั้งอยู่ที่เมืองมาดริด
       รู้จักกิจวัตรชาวสเปนแล้ว ชมสถาปัตยกรรมของมาดริดกันดีกว่า เข้าไปเที่ยววังกันบ้างที่ "Palacio Real"พระราชวังที่มีความยิ่งใหญ่อันดับสอง ตามประวัติสร้างโดย พระเจ้าเฟลิเป ที่ 5 ทรงสร้างขึ้นมา โดยศิลปินชาวอิตาเลียน เป็นผู้ออกแบบ ภายในเป็นที่เก็บอาวุธทั้งดาบ ชุดเกราะ ล้วนแต่เก็บรักษาไว้อย่างดี ในตู้กระจก การเข้าไปชม ขอแอบกระซิบดังๆว่าต้องต่อแถวยาวมาก ต้องผ่านการตรวจกระเป๋า เพื่อความปลอดภัย แต่ก็นั้นละสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญก็ต้องละเอียดเป็นธรรมดา
Parque Del Retiro สวนสาธารณะที่ใหญ่มากของมาดริด
       และถ้าใครไม่ชอบเที่ยววังแล้วละ ก็แนะนำให้ไปที่นี่ "Parque Del Retiro" สวนสาธารณะขนาดใหญ่ ในมาดริด ที่นี่เคยเป็นสวนฯของกษัตริย์มาก่อน แต่ตอนนี้ ก็เปิดให้คนทั่วไปเข้ามาใช้บริการ
      
       เที่ยวกันมาถึงบรรทัดนี้เห็นไหมว่ามาดริดมีดีเยอะแค่ไหน ขอพาเที่ยวต่อเลยล่ะกันที่ "Plaza de Cibeles"เป็นที่ทำการไปรษณีย์เป็นสถานที่ สวยงาม เป็นที่ดึงดูดมากที่สุด อยู่ใกล้ๆกับ "Gran Via" ที่คึกคักจอแจเพราะเป็นย่าน ช้อปปิ้งแห่งมาดริด รวมของทุกสิ่งที่นักท่องเที่ยวต้องการ
Gran Via แหล่งช้อปปิ้งเลื่องชื่อในมาดริด
       Gran Via มีร้านค้าต่างๆมากมาย ทั้งสินค้าแฟชั่น โรงภาพยนตร์ ร้านหนังสือ ร้านอาหาร มากมายและอีกด้านก็ติดกับด้าน Old Town คนสเปน เรียกเล่นๆว่า ตึก " Wedding Cake " ด้วยรูปทรงเหมือนขนมแต่งงาน สร้างตั้งแต่ปีค.ศ. 1905 เสร็จปีค.ศ. 1917 และในปีค.ศ. 2008 จะปรับเป็น ศาลาว่าการเมืองมาดริดแห่งใหม่
Plaza de Cibeles ที่ทำการไปรษณีย์อันสวยงาม
       นอกจากสถานที่ท่องเที่ยวอันสวยงามและมีชื่อเสียงต่างๆแล้ว อีกหนึ่งอรรถรสการเที่ยวในสเปนด้วยรถไฟความเร็วสูง รถไฟด่วนพิเศษเส้นทางสายมาดริด-มาลากาเปิดให้บริการเมื่อเดือนธันวาคม พ.ศ.2550 โดยให้บริการทุกวัน วันละ 22 เที่ยว ใช้เวลาเดินทางทั้งสิ้น 2 ชั่วโมง 30 นาที
      
       เส้นทางสายมาดริด-บาร์เซโลนา โดยใช้เวลาเดินทางระหว่างสองเมืองหลักของสเปนเพียง 2 ชั่วโมง 38 นาที และให้บริการวันละ17เที่ยวทุกวันซึ่งหลังจากเที่ยวมาดริดเสร็จสิ้นก็สามารถนั่งรถไฟความเร็วสูงนี้เที่ยวต่อยังเมืองอื่นได้ทันที
รถไฟฟ้าความเร็วสูงของประเทศสเปน
       อ้อ...สำหรับใครที่ต้องการชมการต่อสู้ของวัวกระทิงแห่งสเปนละก็แนะนำไปที่สเปน ตอนใต้ แถวๆ "Cordoba" ว่ากันว่าตั๋วเข้าชมแพงระยับ ถ้าไม่ตั้งใจไปดูวัวล่ะก็เที่ยวประเทศสเปนเที่ยวแค่เมืองมาดริดเมืองเดียวก็แสนจะคุ้มแล้ว
       

วันจันทร์ที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2556